มารู้จัก มาตรฐาน API ในน้ำมันเครื่อง กันดีกว่า

มาตรฐาน API ของน้ำมันเครื่องนั้นมาจาก American Petroleum Institute (API) หรือสถาบันปิโตรเลียมแห่งอเมริกา ทำหน้าที่กำหนดคุณภาพของน้ำมันเครื่อง ซึ่งจะแบ่งเกรดน้ำมันหล่อลื่นตามสภาพการใช้งานเป็นสองประเภทใหญ่ ๆ ตามชนิดของน้ำมันเชื้อเพลิงที่ใช้ก็คือ

- API ของเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมันเบนซินเป็นเชื้อเพลิงใช้สัญลักษณ์ "S" (Service Stations Classifications)นำหน้า ค่าตามหลังคือค่าเกรด หรือคุณภาพของน้ำมันเครื่องชนิดนั้นๆ เช่น SG, SH, และ SJ เป็นต้น - API ของเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิง ใช้สัญลักษณ์ " C" (Commercial Classifi-cations) นำหน้า ค่าตามหลังคือค่าเกรด หรือคุณภาพของน้ำมันเครื่องชนิดนั้นๆ เช่น CF-2, CF-4, และ CG-4 เป็นต้น

วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับค่า API ของเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมันเบนซิน ซึ่งเป็นค่าของรถมอเตอรไซด์ทุกชนิดที่เราใช้กันอยู่นั่นเอง รายละเอียดในแต่ละชั้นคุณภาพของค่า API ที่ปัจจุบันยังมีการใช้มีดังต่อไปนี้ SF= มีการเติมสารเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพที่สูงกว่า SE ในด้านการป้องกันการสึกหรอ โดยรักษาความสะอาดของเครื่องยนต์ ป้องกันสนิมและการกัดกร่อนได้ดีและ การทำปฏิกิริยากับออกซิเจน ใช้กับเครื่องยนต์ในปี 1988 หรือ เก่ากว่า SG= มีการเติมสารเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพที่สูงกว่า SF เหมาะสำหรับรถยนต์ในปี1989-1993 SH = มีประสิทธิภาพเหนือกว่า SG สามารถป้องกันการเกิดตมในอ่างน้ำมันเครื่องต้านการรวมตัวกับออกซิเจนและการสึกหรอ ป้องกันการเกิดสนิมและการกัดกร่อนพร้อมทั้งลดมลภาวะได้ดีขึ้น เหมาะสำหรับเครื่องยนต์ในปี 1996 หรือ เก่ากว่า SJ= มีประสิทธิภาพเหนือกว่าSH มีอายุการใช้งานนานขึ้น ลดคราบจับลูกสูบที่เกิดขึ้นขณะอุณหภูมิสูง ลดอัตราการกินน้ำมันเครื่องและการเกิดฟอง ยืดอายุการใช้งานให้กับกรองไอเสีย Catalytic Converter ช่วยลดมลพิษได้ดีขึ้น และ มีสารป้องกันต่างๆที่ดีขึ้น เหมาะที่จะใช้กับรถยนต์ในปี 1996-2001 SL= มีประสิทธิภาพสูงกว่า SJ ในทุกๆด้านและเป็นที่นิยมมากที่สุดในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น การป้องกันการสึกหรอ การเกิดสนิม ป้องกันการทำปฏิกิริยากับออกซิเจน ลดการเกิดตะกอนที่อุณหภูมิสูงได้ดีกว่า ลดการสิ้นเปลืองและช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้ดีขึ้นเหมาะที่จะใช้กับ รถยนต์ตั้งแต่ปี 2001 ขึ้นไป

และล่าสุด API SM และ SN = มีประสิทธิภาพสูงสุดในปัจจุบัน ในการักษาความสะอาดชิ้นส่วนเครื่องยนต์สูงสุด ป้องกันการสึกหรอของชุดขันเคลื่อนวาล์วดีขึ้น ลดการระเหยและการเติมพร่อง ยืดอายุการใช้งานได้ยาวนานขึ้น ช่วยยืดอายุกรองไอเสีย เพิ่มการต้านทาน การออกซิเดชั่น

การเลือกน้ำมันเครื่องที่มีประสิทธิภาพสูงจะช่วยให้เครื่องยนต์ของคุณสามารถทำงานได้เต็มสมรรถนะ และยังช่วยปกป้องเครื่องยนต์จากการสึกหรอแม้ใช้งานหนัก ครั้งหน้าเราจะนำความรู้แบบไหนมาให้ทุกคนได้รับชมกันอีก ติดตามได้เลยที่ : facebook.com/BallubeTH


Featured Posts
Recent Posts
Archive
Search By Tags
No tags yet.
Follow Us
  • Facebook Basic Square
  • Twitter Basic Square
  • Google+ Basic Square