Please reload

Recent Posts

เลือกน้ำมันเครื่องอย่างไรให้เหมาะกับ รถมอเตอร์ไซค์

August 15, 2017

1/3
Please reload

Featured Posts

เลือกน้ำมันเครื่องอย่างไรให้เหมาะกับ รถมอเตอร์ไซค์

 

 

เลือกน้ำมันเครื่องอย่างไรให้เหมาะกับ รถมอเตอร์ไซค์ของคุณ

ก่อนที่เราจะไปทำความรู้จักน้ำมันเครื่องและค่าต่างๆของน้ำมันเครื่อง มาดูประโยชน์ของน้ำมันที่ช่วยหล่อลื่นเครื่องยนต์ของคุณกันดีกว่าครับ  

  1. ช่วยในการหล่อลื่นเครื่องยนต์ น้ำมันเครื่องที่เราเติมเข้าไป จะเข้าไปเคลือบชิ้นส่วนต่างๆเป็นเหมือนฟิล์มที่ป้องกันการเสียดสีของโลหะ ความหนาของฟิล์มจะขึ้นอยู่กับค่าความหนืด (SAE) ของน้ำมันเครื่อง

  2. ช่วยระบายความร้อนให้กับเครื่องยนต์ ในขณะที่เครื่องยนต์ทำงานจะเกิดความร้อนบริเวณรอบๆฝาสูบ รอบๆกระบอกสูบ ลูกสูบ ข้อเหวี่ยง และชิ้นส่วนภายในต่างๆ ซึ่งเมื่อน้ำมันเครื่องหล่อลื่นชิ้นส่วนต่างๆก็จะนำความร้อนกลับไปสู่อ่างน้ำมันเครื่องด้วย ทำให้สามารถช่วยระบายความร้อนได้

  3. ช่วยป้องกันสนิมและการกัดกร่อนของชิ้นส่วนในเครื่องยนต์ การเผาไหม้ ความชื้น และไอน้ำในเครื่องยนต์ เป็นสาเหตุของสนิมและการกัดกร่อนของชิ้นส่วนของเครื่องยนต์ น้ำมันเครื่องรุ่นใหม่ๆจะเพิ่มประสิทธิภาพในการลดการเกิดไอน้ำและกำมะถันช่วยให้เครื่องยนต์สะอาดและเพิ่มอายุการใช้งานให้กับเครื่องยนต์ได้

  4. ป้องกันการรั่วของกำลังอัด น้ำมันเครื่องจะมีลักษณะเป็นฟิล์ม ทำหน้าที่เคลือบผนังกระบอกสูบ ช่วยป้องกันการรั่วของกำลังอัดภายในได้

  5. รักษาความสะอาดในเครื่องยนต์ น้ำมันเครื่องจะช่วยชะล้างเขม่าและผงโลหะในเครื่องยนต์ เพื่อป้องกันการอุดตันภายในชิ้นส่วนเครื่องยนต์

 

เพื่อให้คุณสามารถเลือกน้ำมันเครื่องที่ให้ประสิทธิภาพสูงสุดกับเครื่องยนต์
มาทำความรู้จักกับประเภทของน้ำมันเครื่อง และค่าต่างๆ กันดีกว่า

 

ประเภทของน้ำมันเครื่อง เปรียบเทียบจากส่วนผสมของน้ำมันเครื่องแต่ละชนิด และระยะทางที่เหมาะกับการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องชนิดนั้นๆ ซึ่งในตลาดจะมีอยู่ 3 ประเภท ดังนี้

  • น้ำมันเครื่องธรรมดา ได้จากการสังเคราะห์น้ำมันดิบโดยตรงจะไม่มีสัญลักษณ์ Synthetic หรือ Semi Synthetic เหมาะสำหรับรถจักรยานยนต์ 4 จังหวะ ที่เน้นใช้งานทั่วไป และมีราคาที่ถูกกว่าน้ำมันเครื่องประเภทอื่นๆ ระยะการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันจะอยู่ที่ 1000 - 2000 กิโลเมตร

  • น้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์ (Semi Synthetic) น้ำมันแร่ผสมกับน้ำมันพื้นฐานสังเคราะห์ ราคาประหยัด เหมาะกับผู้ที่ต้องการเพิ่มสมรรถนะให้เครื่องยนต์ ระยะการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันจะอยู่ที่ 2000 - 4000 กิโลเมตร

  • น้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ (Synthetic) น้ำมันสังเคราะห์แท้ ซึ่งมีคุณสมบัติที่ดีกว่าน้ำมันชนิดอื่นๆ เหมาะสำหรับเครื่องยนต์สมรรถนะสูง ผู้ที่ใช้ความเร็วสูง วิ่งระยะไกลบ่อยๆ ระยะการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันจะอยู่ที่ 4000 - 6000 กิโลเมตร

 

คุณภาพ เกรด ของน้ำมันเครื่อง คือการเลือกโดยวัดจากการทดสอบคุณสมบัติด้านต่างๆของ สถาบัน API หรือ AMERICAN PETROLEUM INSTITUTE โดยมีการแบ่งกลุ่มของ API ดังนี้

 

         กลุ่มที่ 1 การแบ่งเกรดน้ำมันเครื่องสำหรับเครื่องยนต์เบนซิน โดยมีอักษรย่อ S (STATION SERVICE-SPARK IGNITION) นำหน้าอักษรย่อที่บอกเกรดของน้ำมัน เริ่มจาก A คือเกรดคุณภาพต่ำสุด โดยน้ำมันคุณภาพสูงสุดในปัจจุบันคือ API SN ส่วนที่มีในตลาดจะมีตั้งแต่ API SF, API SG, API SH, API SJ, API SL, API SN

 

           กลุ่มที่ 2 การแบ่งเกรดน้ำมันเครื่องสำหรับเครื่องยนต์ดีเซล โดยมีอักษรย่อC (COMMERCIAL SERVICE-COMPRESSION IGNITION) นำหน้าอักษรย่อที่บอกเกรดของน้ำมัน เริ่มจาก A คือเกรดคุณภาพต่ำสุด เช่น API CF, API CG-4, API CH-4และ API CI-4  (เลข 4 ที่ตามหลังหมายถึง ใช้สำหรับเครื่องยนต์ 4 จังหวะ)

 

ส่วนน้ำมันเครื่องที่บอกถึงค่า API ทั้ง S และ C ทางสถาบัน API จะนำเกรดคุณภาพที่เหมาะสมมา ไว้ข้างหน้าเช่น  เช่น API CH-4/SJ จะหมายถึงน้ำมันสำหรับเครื่องยนต์ดีเซล ที่มีคุณภาพเที่ยบเท่ากับน้ำมันเบนซินเกรด SJ นั่นเอง

 

 

ค่าความหนืดของน้ำมันเครื่อง จะพูดถึงการสร้างชั้นฟิล์มและการไหลเวียน ของน้ำมันเครื่อง ซึ่งค่าความหนืดของน้ำมันเครื่องจะมีอักษรย่อที่บ่งบอกคือ SAE (SOCIETY OF AUTOMOTIVE ENGINEERS) โดยเกรดของความหนืดน้ำมันจะมีอักษรย่อ SAE นำหน้า ตามด้วยเกรดความหนืดเป็นตัวเลข หากตัวเลขยิ่งมาก ความหนืดก็จะสูงตามไปด้วยเช่น SAE 10W-50 จะมีความหนืดมากกว่า SAE 5W-40  โดยตัวเลขหน้า W และตัวหลังมีความหมายดังนี้

 

  •  ตัวเลขหน้า W ซึ่ง W ย่อมาจาก Winter หมายถึงความต้านทานการเป็นไข ซึ่งวัดตั้งแต่อุณหภูมิต่ำกว่า 20 c จนถึง - 30 c โดยตัวเลขข้างหน้าตัว W จะหมายถึงค่าที่น้ำมันเครื่องจะสามารถคงความข้นใสไว้ได้ ตามนี้

        0W = สามารถคงความข้นใสไว้ได้ต่ำกว่า – 30 องศาเซลเซียส โดยไม่เป็นไข

        5W = สามารถคงความข้นใสไว้ได้ถึง – 30 องศาเซลเซียส โดยไม่เป็นไข

       10W= สามารถคงความข้นใสไว้ได้ถึง – 20 องศาเซลเซียส โดยไม่เป็นไข

       15W= สามารถคงความข้นใสไว้ได้ถึง – 10 องศาเซลเซียส โดยไม่เป็นไข

       20W= สามารถคงความข้นใสไว้ได้ถึง 0 องศาเซลเซียส โดยไม่เป็นไข

 

  • เลขตัวหลังบอกถึงค่าความหนืดของน้ำมันเครื่องที่อุณหภูมิ 100 องศา ซึ่งปัจจุบันมีค่า ตั้งแต่ 60, 50, 40, 30, 20, 10 และ 5 โดยตัวเลขมากมีความหนืดมาก ตัวเลขน้อยมีความหนืดน้อยตามลำดับ ความหนืดของน้ำมันจะมีผลต่อการหล่อลื่นและมีโครงสร้างฟิล์มน้ำมันที่ช่วยในการเคลือบเครื่องยนต์ ลดการสึกหรอของเครื่องยนต์ ความหนืดที่เหมาะสมสำหรับเครื่องยนต์ทั่วไปจะอยู่ที่ 30-50

 

หากเราทราบข้อมูลเหล่านี้ พร้อมกับตรวจสอบข้อมูลในหนังสือคู่มือรถ เราก็จะสามารถเลือกน้ำมันเครื่องที่เหมาะกับรถและการใช้งาน ทั้งยังเพิ่มประสิทธิภาพให้เครื่องยนต์ได้อีกด้วย

 

 

Share on Facebook
Share on Twitter
Please reload

Follow Us

I'm busy working on my blog posts. Watch this space!

Please reload

Search By Tags